เที่ยวจอร์เจีย ประวัติ เป็นอย่างไร?

เที่ยวจอร์เจีย  มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐจอร์เจีย ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทะเลดำ คอเคซัสตอนใต้ อาณาเขตตอนเหนือนั้นมีพรมแดนติดกับ ประเทศรัสเซีย ทางใต้จรดกับประเทศตุรกี อาร์มีเนีย อาร์เซอร์ไบจาน ประวัติศาสตร์ของจอร์เจียนั้น มีมาอย่างยาวนานกว่า 2,500 ปี อีกทั้งภาษาจอร์เจียนั้น เป็นภาษาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย เพราะมีการใช้มาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันนั้นเองและมีเมืองหลวงอย่าง กรุงทบิลิซี เมืองหลวงที่มีอายุมากถึง 1,500 ปีเลยทีเดียว ในดินแดนของจอร์เจียนั้น ตั้งอยู่ในหุบเขาที่ถูกแบ่งด้วยแม่น้ำ Mtkvari พื้นที่ส่วนใหญ่นั้น ถูกปกครองโดยเปอร์เซีย ตุรกี อาหรับ และมองโกล

ตามยุคสมัยในภูมิภาคนี้ ที่มีมหาอำนาจจักรวรรดิผลัดเปลี่ยนกัน ตามช่วงเวลานั้นเอง อันเป็นเวลากว่า 11 ศตวรรษ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 จนถึง 18 นั้นได้ถูกผลัดเปลี่ยนการปกครอง โดยอาณาจักรต่างๆที่ว่าไว้นั้นเอง ช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์นั้น จักรวรรดิรัสเซียที่แผ่อิทธิพลมาทางด้านนี้ ได้ทำการผนวกดินแดนจอร์เจีย เข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย

และได้ขับไล่ราชวงค์ดั่งเดิมของจอร์เจีย ในปี ค.ศ. 1801 อย่างไรก็ตามประชาชนบ้างส่วน มีความไม่พอใจเกี่ยวกับประมุขของประเทศ ที่ราชวงค์ของรัสเซียเข้ามามีอิทธิพลในดินแดนของตน จนกระทั่งในเวลาต่อมาราชวงค์โรมานอฟ ของรัสเซียได้ล่มสลายลง จอร์เจียเองได้ใช้จังหวะนี้เองประกาศเอกราช และจัดตั้งสาธารณรัฐในปี ค.ศ. 1918

หลังจากได้รับเอกราชได้ไม่นาน ก็ถูกกองทัพแดงของสหภาพโซเวียต เข้ายึดครอบครองจึงทำให้จอร์เจีย ต้องอยู่ภายใต้สหภาพโซเวียต และเป็นรัฐๆหนึ่งของสหภาพโซเวียตนั้นเอง จนกระทั่งภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต จึงทำให้จอร์เจียได้กลับมามีเอกราชอีกครั้ง ในวันที่ 9 เมษายน ค.ศ.1991 แต่หลังจากแยกตัวเป็นอิสระ

อร์เจียต้องประสบปัญหาเชื้อชาติ เพราะด้วยมีพื้นที่ทับซ้อนกับประเทศอื่นๆ รวมถึงการผสมผสานกันของผู้คน จากเชื้อชาติอื่นๆโดยรอบ และอุปสรรคการพัฒนาท้องถิ่น ที่มีปัญหาทางด้านพรมแดนนั้นเอง ปัจจุบันยังคงมีดินแดนพิพากกัน จนมาถึงปัจจุบันที่ใช้การเจรจา ในการแบ่งเขตแดนที่เป็นพื้นที่ทับซ้อน กันมาอย่างยาวนานในอดีตนั้นเอง

เที่ยวจอร์เจีย

เที่ยวจอร์เจีย มีการเมืองเป็นอย่างไร?

จอร์เจียนั้นเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่มีขนาดประเทศไม่ใหญ่ และมีพรมแดนทับซ้อนกัน จากประวัติศาสตร์ที่ถูกปกครอง มาอย่างต่อเนื่องนั้นเอง ในช่วงที่จอร์เจียได้ รับเอกราชในครั้งแรกหลังปลดแอกจาก จักรวรรดิรัสเซียได้แล้วนั้นเอง ได้ก่อตั้งสาธารณรัฐขึ้นมา แต่ด้วยยังไม่มีใครรองรับการเกิดใหม่ของประเทศ ทำให้เกิดสงครามเรื่องเขตแดน ที่ได้หยิบยกพื้นที่ในประวัติศาสตร์ จนเกิดกลายเป็นปัญหามาอย่างยาวนานนั้นเอง โดยสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นนี้ มีรัสเซียคอยหนุนหลังกลุ่มต่อต้านรัฐบาล เพราะจอร์เจียนั้นถือว่าเป็นรัฐกันชน ที่เชื่อมต่อกับยุโรปตะวันออก อันเป็นเส้นแบ่งเขตของ

สหภาพโซเวียตในช่วงสงครามเย็นนั้นเอง ซึ่งเป็นที่หวั่นเกรงของอีกซีกหนึ่งของยุโรป นั้นก็คือฝั่งตะวันตกที่มีแนวคิดประชาธิปไตบ สองแนวคิดนี้แบ่งออกกันอย่างชัดเจน โดยมีจอร์เจียนั้นเป็นรัฐกันชน ระหว่างโลกเสรีและสังคมนิยมนั้นเอง ถึงแม้จอร์เจียจะเป็นประเทศเล็กๆ แต่ก็เป็นเป้าหมายของประเทศมหาอำนาจ

ที่ช่วงชิงอิทธิพลการเมือง ในดินแดนแห่งนี้เพื่อมาขานอำนาจ ประเทศอื่นๆในฝั่งตะวันออกนั้นเอง เพราะด้วยที่ตั้งของจอร์เจียนั้น อยู่ใกล้กับอิรัก อิหร่าน และตุรกี ที่เป็นเส้นทางของน้ำมันและก๊าชธรรมชาติ Baku Tbilisi – Ceyhan ด้วยการที่ประเทศแห่งนี้ อยู่ท่ามกลางผลประโยชน์ทางความขัดแย้ง ทำให้ประเทศแห่งนี้ได้เปรียบ ในการต่อรองกับชาติมหาอำนาจ และชาตะวันตกได้นั้นเอง เพื่อเป็นผลประโยชน์ทางการเมือง และประเทศชาตินั้นเอง

จอร์เจียสถานที่ท่องเที่ยว เป็นอย่างไร?

ด้วยที่ตั้งของประเทศจอร์เจีย เต็มไปด้วยธรรมชาติแบบยุโรปกลาง ที่มีโลกเชื่อมต่อกับตะวันออก อันเป็นเส้นแบ่งกันระหว่างยุโรปและเอเชียนั้นเอง รวมถึงเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ ที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของยุโรป อันเป็นมรดกของประเทศนี้ และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว จากที่ต่างๆมาศึกษาประวัติศาสตร์ของที่นี้ รวมถึงสัมผัสกับธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณื อย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวประเทศนี้นั้นเอง สถานที่แรกคือ เมืองหลวงเก่าจอร์เจีย มิชเคห์ตา ( Mtskheta ) เป็นอดีตเมืองหลวงเก่าของจอร์เจีย ถูกใช้ในช่วงศตวรรษที่ 5 อยู่ห่างจากเมืองหลวงปัจจุบันเพียง 20 กิโลเมตร

สถาปัตยกรรมของที่นี้ยังคงเดิมไว้ เหมือนกับเดินอยู่ในยุคกลาง เมืองแห่งนี้ยังเป็นที่ผลิตไวน์อันดับต้นๆ ของยุโรปเลยทีเดียวโดยเฉพาะไร่องุ่น ที่อยู่รอบๆเมืองนั้นเอง นอกจากนี้โบสถ์ของเมืองนี้ ได้รับบันทึกเป็นมรดกโลกถึง 3 แห่ง Svetitskhoveli Cathedral , Samtavro Church and Monastery , Mtskhetis Jvari

ด้วยเมืองแห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ ที่มีแม่น้ำ 2 สายตัดกันอย่าง แม่น้ำอักราวิ ( Aragvi ) และ แม่น้ำมิกวาริ ( Mtkvari ) ความแปลกของแม่น้ำทั้งสองนี้คือ มีสีที่แตกต่างกันจึงเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่ง ของเมืองแห่งนี้ที่เหมาะสำหรับ การ มาพักผ่อนและสัมผัสกับบรรยากาศที่บริสุทธิ์นั้นเอง สถานที่ต่อไปคือ เมืองโบราณอุพลิสซิเค ( Uplistsikhe )

เป็นเมืองถ้ำโบราณ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก เมืองแห่งนี้มีอายุย้อนกลับไปในช่วงยุคหินเลยทีเดียว ด้วยอายุกว่า 3,000 ปีเลยทีเดียว เมืองนี้มีรูปแบบผังเมืองสร้างจาก การเจาะภูเขาหิน จนลึกเข้าไปเป็นถ้ำมากมาย ที่นี้มีลักษณะคล้ายเมืองที่เริ่มมีสังคมเมือง มีทั้งที่พักอาศัย ร้านค้า โบสถ์ คุก และอื่นๆอีกมากมาย รอบๆเมืองแห่งนี้

เต็มไปด้วยวิวของเทือกเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีแม่น้ำมิกวาริไหลผ่านอยู่ใกล้กับเมืองอีกด้วย เพราะความเก่าแก่ของที่นี้ จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่ง ที่ทรงคุณค่าของประเทศแห่งนี้เลยทีเดียว เราไปกันต่อที่ เมืองบนเทือกเขา คาซเบกิ ( Kazbegi ) เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขา คาซเบกิซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาคอเคซัส

ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจอร์เจีย ที่มีความสูงกว่า 2,170 เมตร ทำให้การเดินทางมาถึงที่นี้ ต้องใช้รถเกียร์ต่ำในการเดินทางนั้นเอง สถานที่โดดเด่นของที่นี้คือ โบสถ์ Gergeti Trinity Church สร้างในยุคสมัยศตวรรษที่ 14 โดยมีด้านหลังเป็นแนวยอดเขาคาซเบกิ ที่มีความยิ่งใหญ่เป็นที่ดึงดูด ให้สถานที่แห่งนี้มีความคลาสสิค

และเป็นไฮไลท์อีกแห่งหนึ่งของที่นี้ด้วยนั้นเอง สถานที่สุดท้ายคือ เมืองสกีรีสอร์ท กูเตาริ ( Gudauri ) เป็นเมืองสำหรับคนที่ นิยมชอบอากาศหนาว เพราะที่นี้มีสภาพภูเขาหิมะตลอดทั้งปี และเหมาะสำหรับกีฬาฤดูหนาวทุกรูปแบบ เพราะด้วยที่ตั้งบนความสูงกว่า 2,200 เมตร ที่แห่งนี้มีความยิ่งใหญ่ ไม่แพ้เทือกเขาเอลป์ในยุโรปเลยทีเดียว ที่นี้จึงเป็นอีกสถานที่หนึ่ง ของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมฤดูหนาวนั้นเอง สถานที่ท่องเที่ยวในจอร์เจีย ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังคงมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อีกมากมายที่ทำให้ประเทศแห่งนี้ มีเอกลักษณ์ทางด้านการท่องเที่ยว ที่มีความวิเศษไม่เหมือนใคร

เที่ยวจอร์เจีย

ปัจจุบันจอร์เจียเป็นอย่างไร?

หลังจากแยกตัวจากสหภาพโซเวียต ประเทศจอร์เจียต้องส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ เพราะทรัพยากรรวมถึงระบบเศรษฐกิจ ต้องเข้าสู่ส่วนกลางของสหภาพโซเวียต จนกระทั่งได้แยกตัวออกมา หลังจากการล่มสลายไปของสหภาพโซเวียต จอร์เจียต้องหาแหล่งเงินลงทุน ในการฟื้นระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการกู้ IMF นั้นเอง

จนกระทั่งในช่วงหลังนี้เอง เศรษฐกิจของจอร์เจียค่อยๆฟื้น หลังจากที่ประธานาธิบดี Saakashvili ในปี พ.ศ. 2546 โดยมีนโยบายปฎิรูปเศรษฐกิจ ลดอัตราภาษีลงเพื่อลดการหลีกเลี่ยงภาษี และยังเพิ่มการลงทุนทางภาคเอกชน นอกจากนี้ยังเปิดให้มีการลงทุนจากต่างชาติ เพื่อให้ประเทศมีแหล่งทุนในการพัฒนา รวมถึงการท่องเที่ยวเองที่เป็น อีกหนึ่งในระบบเศรษฐกิจที่ช่วยให้ จอร์เจียนั้นสามารถฟื้นจากความยากจนได้นั้นเอง

สรุปการท่องเที่ยวจอร์เจียเป็นอย่างไร?

ด้วยสภาพแวดล้อมของที่ตั้งประเทศ อุดมไปด้วยธรรมชาติในแบบยุโรปตอนกลาง ที่มีพรมแดนเชื่อมต่อกับเอเชียด้วยนั้นเอง นอกจากนี้แล้วยังมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ที่เก่าแก่ในหลายๆยุคที่มีอิทธิพล ในการปกครองประเทศแห่งนี้ อย่างหลักฐานการบุกของชาวมองโกล ที่แผ่ขยายอิทธิพลเข้ามาทางยุโรป

ด้วยการบุกโจมตีอย่างแข็งแกร่ง ทำให้พื้นที่ในแถบนี้นั้นได้รับ วัฒนธรรมชาวมองโกลไปด้วยนั้นเอง นับว่าเป็นประเทศอีกประเทศหนึ่ง ที่มีวัฒนธรรมผสมผสานระหว่างยุโรปและเอเชีย อันเป็นอัตลักษณ์อย่างหนึ่ง ของประเทศนี้ที่มีประวัติศาสตร์ ร่วมกับดินแดนในแถบนี้มาอย่างยาวนานนั้นเอง หากใครที่ชื่นชอบสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

และศึกษาศิลปะวัฒนธรรมแล้วละก็ จะต้องหลงเสน่ห์การท่องเที่ยวแห่งนี้อย่างแน่นอน จึงทำให้มองว่า จอร์เจีย เป็นประเทศหนึ่งที่แยกตัวออกจากสหภาพโซเวียต มีเอกลักษณ์ในแบบจอร์เจีย และยังเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่มีประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่นับพันปี อีกแห่งหนึ่งในยุโรปเหมาะแก่การ ศึกษาวัฒนธรรมภาษาจอร์เจีย ที่มีอายุมากที่สุดในโลก และยังคงถูกใช้กันจนมาถึงปัจจุบันนั้นเอง นับว่าเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่มีความน่าสนใจอย่างมากไม่ว่าจะเป็น ภาษา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่ทำให้ ประเทศแห่งนี้มีความน่าสนใจนั้นเอง

เที่ยวซูดาน